
วอลเปเปอร์เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่สำคัญในการแต่งบ้าน แต่ทราบไหมคะว่าสไตล์ไหนที่เลิกฮิตไปแล้ว? แน่นอนว่าสิ่งที่เคยดูสวยเมื่อหลายปีก่อน อาจทำให้บ้านดูไม่ทันสมัยในวันนี้ แม้ว่ารสชาติในดีไซน์ของแต่ละคนจะต่างกัน แต่ก็มีสไตล์บางแบบที่สากลประกาศว่าจบยุคไปแล้วจริงๆ
หนึ่งในตัวอย่างที่เห็นชัดคือวอลเปเปอร์ลายดอกไม้สีจืด ซึ่งเมื่อก่อนนี้ถือว่าเก๋ไก๋สุดๆ แต่ตอนนี้อาจดูเก่าและไม่น่าสนใจเมื่อเทียบกับตัวเลือกใหม่ๆ ที่มีสีสันและรูปแบบที่ตื่นตาตื่นใจมากขึ้น
สไตล์ที่เชยแล้ว
เมื่อพูดถึงการเลือก วอลเปเปอร์ ที่จะทำให้บ้านดูทันสมัย สิ่งที่ควรรู้คือสิ่งที่ตกยุคไปแล้วจริงๆ บางครั้งเราอาจไม่รู้ตัวว่าผนังลวดลายที่เคยฮิตมาก่อนหน้านี้ ตอนนี้กลับทำให้บ้านเราดูเชยไปเสียแล้ว
ลายดอกไม้สีจืด
หนึ่งในลายที่มีความนิยมมากแต่ตอนนี้ต้องหลีกเลี่ยงคือ ลายดอกไม้สีจืด ที่เคยใช้มากในช่วงยุค 90's มักจะมีสีที่ไม่สะดุดตาและรูปแบบที่ซ้ำซาก สำหรับตอนนี้ลายดอกไม้ควรมีสีสันและความสว่างจึงจะเข้าเทรนด์ใหม่ได้
ลายเรขาคณิตซ้ำๆ
อีกแบบที่หมดสมัยคือ ลายเรขาคณิตซ้ำๆ ที่ดูเหมือนจะหลุดจากโรงงานสำหรับผนังห้องเรียน แต่ตอนนี้กลายเป็นลายที่ไม่น่าสนใจ หากคุณอยากได้ความทันสมัย ลองหา วอลเปเปอร์ ที่มีลวดลายที่สามารถเล่าเรื่องราวหรือสร้างบรรยากาศได้ดีกว่าเดิม
- หลีกเลี่ยงลายไม้ที่ดูจืดชืด
- ลายก้อนเมฆสีมืดที่ทำให้ห้องดูเล็กลง
- ลายภาพวิวภูเขาซ้ำๆ ที่ไม่เข้ากับสมัยใหม่
การหลีกเลี่ยงลายเหล่านี้จะช่วยให้ห้องดูมีสไตล์และเปิดกว้างมากขึ้น พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นในโลกของการตกแต่งบ้าน
เหตุผลที่ควรหลีกเลี่ยง
มีหลายเหตุผลที่คุณควรพิจารณาเลือก วอลเปเปอร์ ใหม่ และบางอย่างก็ต้องระวังล่วงหน้าเลยทีเดียว สไตล์ตกแต่งบ้านก็คล้ายกับแฟชั่นเสื้อผ้า ที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลา การเลือกวอลเปเปอร์ที่ไม่ทันสมัยอาจทำให้บรรยากาศในบ้านดูเก่าและขาดความน่าสนใจ
ความไม่น่าดึงดูด
บางลายของ วอลเปเปอร์ ไม่ได้มีความสามารถในการสร้างบรรยากาศที่ดี อาจทำให้ห้องดูน่าเบื่อ และยิ่งไปกว่านั้น ตัวเลือกที่ไม่ดีก็ยังลดมูลค่าของสินค้าในตลาดอีกด้วย นึกถึงวอลเปเปอร์ลายรูปทรงเรขาคณิตที่มากเกินไป ทำให้ลายตา และไม่น่าอยู่
เทรนด์เปลี่ยนไป
เทรนด์การ ตกแต่งภายใน มักมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ เช่น ในปัจจุบันโทนสีเอิร์ธโทนและมินิมัลกำลังได้รับความนิยม ขณะที่ลายดอกไม้สีสันฉูดฉาดที่เคยฮิตอาจทำให้บรรยากาศดูแออัด และไม่เข้ากับเฟอร์นิเจอร์สมัยใหม่
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ
ตามการศึกษาในปี 2023 พบว่าบ้านที่ตกแต่งด้วยวอลเปเปอร์ล้าสมัยมีโอกาสขายได้น้อยลงถึง 15% เมื่อเทียบกับบ้านที่ปรับให้ทันสมัย ข้อมูลนี้สะท้อนให้เห็นว่าแม้กระทั่งการเลือกวอลเปเปอร์ที่เหมาะสมก็ส่งผลต่อมูลค่าของทรัพย์สินได้

เคล็ดลับการเลือกใหม่
ใครที่กำลังมองหา วอลเปเปอร์ ที่อินเทรนด์อยู่ตอนนี้ ต้องปรับความคิดใหม่เอาไว้นะคะ เพราะวอลเปเปอร์ที่ทันสมัยไม่ใช่แค่ดีไซน์ล้ำยุคเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องมีฟังก์ชันที่ตอบโจทย์การใช้งานด้วย
โทนสีธรรมชาติ
ปัจจุบันสีที่ได้รับความนิยมมักจะเป็นโทนสีธรรมชาติ เช่น เขียวอ่อนไปจนถึงน้ำตาลโทนไม้อ่อน เพราะจะช่วยสร้างบรรยากาศสบายตาและเป็นธรรมชาติในบ้านได้อย่างดี
ลวดลายสไตล์มินิมอล
สไตล์ การตกแต่งภายใน แบบมินิมอลยังคงเป็นที่นิยม ลวดลายที่เรียบง่ายแต่มีลูกเล่น ความน้อยที่ดูดีนั้นมักทำให้ห้องดูกว้างขวางและปลอดโปร่ง
วอลเปเปอร์แบบ 3D
ความล้ำนี้ทำให้ การเลือกวอลเปเปอร์ สนุกขึ้น เพราะมีการเล่นมิติกับภาพที่สร้างความเท่ห์แบบใหม่ให้ห้องได้ แต่งห้องก็เหมือนกับการลงทุน ฉะนั้นเลือกที่คิดว่าจะใช้ได้นานๆ
วัสดุที่ติดตั้งง่าย
สำหรับคนรักความสะดวกสบาย ตอนนี้มีวอลเปเปอร์ที่ง่ายต่อการติดตั้งและดูแลรักษา เช่น วอลเปเปอร์พีวีซีที่เช็ดทำความสะอาดได้ หรือติดตั้งโดยไม่ต้องใช้กาว ซึ่งทำให้การแต่งห้องกลายเป็นเรื่องง่ายขึ้น
แฟชั่นตกแต่งบ้าน ในเรื่องของวอลเปเปอร์มีทั้งเทคโนโลยีและดีไซน์ที่มาใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ดังนั้นควรทำความเข้าใจและเลือกให้ดีเพื่อประโยชน์ในระยะยาวนะคะ
ทำไมการเลือกวอลเปเปอร์สำคัญ
หลายคนอาจคิดว่าการเลือก วอลเปเปอร์ เป็นเรื่องเล่นๆ แต่จริงๆ แล้วมันมีผลต่อบรรยากาศและอารมณ์ของห้องอย่างมาก วอลเปเปอร์เก่าอาจทำให้บ้านคุณดูหมองหม่น ในขณะที่การเลือกที่ถูกต้องสามารถทำให้ห้องดูสดใสและมีชีวิตชีวามากขึ้น
ส่งผลต่อบรรยากาศของห้อง
พิจารณาสีและลายของ วอลเปเปอร์ ที่เข้ากับธีมห้อง เช่น ห้องนั่งเล่นที่มีลายเส้นเรียบหรูดูโมเดิร์นจะทำให้ดึงดูดผู้มาเยือนได้มากกว่า
สร้างความรู้สึกส่วนตัว
การเลือกวอลเปเปอร์ที่ชอบสามารถสะท้อนบุคลิกภาพและรสนิยมส่วนตัวได้ ทำให้เรารู้สึกสบายใจที่จะอยู่ในพื้นที่นั้น
เพิ่มมูลค่าบ้าน
การตกแต่งบ้านด้วย การเลือกวอลเปเปอร์ ที่ทันสมัยไม่เพียงแค่ทำให้บ้านดูดีขึ้น แต่ยังเพิ่มมูลค่าให้บ้านด้วย
ประเภท | ลักษณะ | ข้อเสนอแนะ |
---|---|---|
ลายดอกไม้ | เก่า | หลีกเลี่ยง |
โมเดิร์น | สะอาดตา | แนะนำ |
ผมว่าการบอกว่าวอลเปเปอร์แบบไหนหมดสมัยนี่มันก็ต้องดูด้วยว่าใครชอบแบบไหนนะครับ บางทีที่ถูกเรียกว่าหมดสมัย อาจไม่เหมาะกับทุกคน ทุกบ้านก็ได้
อีกอย่างนะ ปัจจุบันนี้การเลือกวอลเปเปอร์มันไม่ควรจะเน้นตามแฟชั่นจนลืมความเหมาะสมกับพื้นที่และรสนิยมของตัวเอง ผมเห็นหลายบ้านติดวอลเปเปอร์ตามเทรนด์แต่พอเปลี่ยนใจก็อยากเอาออกอีก
ถ้าจะให้โอเคจริง ๆ ก็น่าจะเลือกอะไรที่เรียบง่าย ไม่รก แล้วก็เข้ากับเฟอร์นิเจอร์นะ แต่บทความนี้มาชี้นำว่าต้องเลี่ยงอะไร ๆ ดูเหมือนจะตัดสินเกินไปใช่ไหม?
อยากรู้เหมือนกันว่าวอลเปเปอร์สไตล์ไหนที่เขาแนะนำว่าหมดสมัย ยุคนี้มันอาจจะใหม่สำหรับบางคน แต่ก็อาจจะเก่ามากสำหรับอีกกลุ่ม
ความจริงแล้ว การที่เราจะบอกว่าวอลเปเปอร์แบบใดหมดสมัยนั้น ไม่สามารถทำได้โดยไม่คำนึงถึงบริบทของความงามและความหมายลึกซึ้งที่แฝงอยู่ภายในงานศิลป์นั้น ๆ
วอลเปเปอร์สมัยใหม่ที่เน้นแต่ความทันสมัย อาจดูดีในแวบแรกแต่ขาดซึ่งมิติเชิงวัฒนธรรมและความรู้สึกที่ลึกซึ้ง
ผมเห็นว่าการยึดติดกับกระแสแฟชั่นปัจจุบันอย่างเดียว อาจทำให้เราพลาดคุณค่าและความงดงามที่แท้จริงของศิลปะพื้นบ้านหรือสไตล์วินเทจที่สามารถบันทึกร่องรอยทางประวัติศาสตร์ของวัฒนธรรมเราไว้
บางทีความเก่าอาจไม่ใช่เรื่องเลวร้ายเสมอไป หากมองด้วยมิติที่แตกต่าง
อยากถามนิดนึงค่ะ วอลเปเปอร์แบบไหนที่คุณคิดว่ายังโอเคและแบบไหนที่แนะนำว่าเลี่ยงไปเลยเพราะหมดสมัย?
แบบจริง ๆ แล้วคือบางทีมันก็ขึ้นอยู่กับการตกแต่งภายในของบ้านเราด้วยนะ วอลเปเปอร์บางแบบอาจดูเชยแค่ไหน แต่ถ้าเราอินกับมันกับดีไซน์และเฟอร์นิเจอร์ในบ้านก็อาจจะดูไม่เชยเลยก็ได้
แถมบางทีวอลเปเปอร์ที่เรียกว่าหมดสมัยเนี่ย มันอาจจะมีราคาไม่แพง แล้วก็ง่ายต่อการติดตั้ง ก็อาจจะเหมาะกับบางบ้านที่งบจำกัดด้วย
ใครมีไอเดียแบ่งปันกันได้นะ อยากรู้จริง ๆ
แนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลือกวอลเปเปอร์สำหรับบ้านนะคะ ความสำคัญของการเลือกวอลเปเปอร์ไม่ใช่แค่เรื่องสมัยหรือเทรนด์เท่านั้น แต่ควรคำนึงถึงบรรยากาศที่เราต้องการสร้างในบ้าน
ถ้าวอลเปเปอร์ที่เลือกทำให้ห้องดูอึดอัดหรือทำให้เรารู้สึกไม่สบายตา นั่นคือสัญญาณว่าเราอาจจะต้องเปลี่ยนแนว
สำหรับปี 2025 นี้ วอลเปเปอร์ที่เน้นลวดลายธรรมชาติ สีโทนอุ่น หรือสีพาสเทลดี ๆ มีแนวโน้มจะยังคงนิยมอยู่มากค่ะ
ส่วนลายดอกไม้สีฉูดฉาดหรือแพทเทิร์นซ้ำ ๆ หนัก ๆ ที่เคยฮิตเมื่อก่อน อาจจะเริ่มดูเชยมั้งนะคะ
แล้วตอนนี้หลายคนเริ่มหันมาใช้วอลเปเปอร์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วยค่ะ เพราะคิดถึงสุขภาพและต้องการความยั่งยืน
ผมคิดว่าเรื่องวอลเปเปอร์มันก็ขึ้นอยู่กับรสนิยมส่วนตัวด้วยนะครับ บางแบบอาจจะดูเก่าหรือเชยสำหรับคนกลุ่มหนึ่ง แต่อาจจะยังดูอบอุ่นหรือคลาสสิกสำหรับคนอีกกลุ่ม
ถ้าตัวเองชอบก็ไม่เห็นต้องกังวลว่าจะเชยหรือเปล่า ในเมื่อบ้านคือที่พักผ่อนของเราเอง
แต่ถ้าอยากให้บ้านดูทันสมัยจริง ๆ การเลือกวอลเปเปอร์ที่มีลวดลายเรียบง่าย สีไม่ฉูดฉาดและใช้วัสดุที่มีคุณภาพสูงน่าจะเป็นทางเลือกที่ดี
ผมก็เห็นด้วยกับเคล็ดลับในบทความที่เน้นให้เลือกวอลเปเปอร์ที่เหมาะกับฟังก์ชันการใช้งานของห้อง ว่าจะลดการใช้ลวดลายเดิม ๆ ที่ซ้ำซากแล้วลองอะไรใหม่ ๆ ดูบ้าง
ในมุมมองทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์แล้ว การเลือกวอลเปเปอร์ไม่เพียงแต่สะท้อนแฟชั่นสมัยใหม่เท่านั้น แต่ยังเป็นการสื่อถึงรสนิยมและค่านิยมของคนในยุคนั้น ๆ ด้วย
ในปี 2025 นี้ การละทิ้งวอลเปเปอร์ที่เรียกว่าหมดสมัยควรคำนึงถึงคุณค่าทางวัฒนธรรมที่อาจหายไปด้วย
เช่น วอลเปเปอร์สไตล์วินเทจที่บางท่านอาจถือว่าเชย แต่บางทีอาจเป็นสิ่งที่ช่วยเก็บเรื่องราวและความทรงจำของยุคสมัยเก่าไว้
ดังนั้นผมเห็นว่าการปรับใช้สไตล์เก่าแบบผสมผสาน (modern vintage) อาจจะดีกว่าการตัดขาดแบบสิ้นเชิง
นี่เป็นวิธีที่ยังรักษาเสน่ห์ดั้งเดิมไปพร้อมกับความทันสมัยด้วย
จริง ๆ แล้ววอลเปเปอร์สมัยนี้ก็มีเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาช่วยให้วัสดุมันทนและลายแบบก็สวยขึ้นมาก
อย่างไรก็ตาม ผมมองว่าควรจะคำนึงถึงการดูแลรักษาด้วยนะครับ บางลวดลายที่เก่ามาก ๆ อาจจะดูแลรักษายาก หรือทำความสะอาดยาก
ตอนนี้ผมเองก็สนใจอยากลอกวอลเปเปอร์เก่าออกแล้วไปหาสไตล์เรียบ ๆ ที่เน้นโทนสีแบบ neutral ดูแล่ายและไม่ตกยุคง่ายดีกว่า
ใครมีคำแนะนำเกี่ยวกับการเลือกลาย หรือยี่ห้อวัสดุที่ดี ๆ ช่วยแชร์ได้ไหมครับ?
แนะนำอีกนิดนะคะ วอลเปเปอร์ที่เลือกควรคิดถึงสุขภาพของคนในบ้านด้วยค่ะ
เพราะบางครั้งวอลเปเปอร์ที่เก่าเกินไป หรือถูกผลิตด้วยสารเคมีที่ไม่ปลอดภัย อาจทำให้เกิดอาการแพ้หรือระคายเคืองกับคนในบ้านได้
และถ้าจะเลือกวอลเปเปอร์ควรเลือกที่มีคุณสมบัติกันความชื้นได้ดีด้วยค่ะ เพราะจะช่วยป้องกันเชื้อราและความชื้นซึ่งเป็นปัญหาหลักของบ้านในเมืองที่มีอากาศร้อนชื้น
ลองหาข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อเพื่อสุขภาพที่ดีของทุกคนในครอบครัวนะคะ
ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งที่การเลือกวอลเปเปอร์ควรคำนึงถึงความเรียบง่ายและความสง่างามไม่ตกยุค
ในฐานะคนที่สนใจความสุนทรียภาพในบ้าน ผมมองว่าวอลเปเปอร์ที่มีลวดลายซับซ้อนเกินไปอาจทำให้ห้องดูเกินความจำเป็น และบางทีอาจลดทอนความรู้สึกผ่อนคลาย
นอกจากนี้สีที่ดูอบอุ่นและไม่สะดุดตาจนเกินไป เป็นทางเลือกที่ช่วยให้บรรยากาศในบ้านน่าอยู่มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม การเลือกวอลเปเปอร์ควรตอบโจทย์ฟังก์ชั่น ใช้งานได้จริง และเอื้อต่อการสร้างสรรค์บรรยากาศที่เราต้องการ
ฉันอยากเสริมว่า การเลือกวอลเปเปอร์ควรจะใส่ใจในเรื่องวัสดุที่ใช้ด้วยค่ะ เพราะมันจะมีผลต่อความทนทานและการดูแลรักษาในระยะยาว
นอกจากนี้หลายยี่ห้อก็พัฒนาวอลเปเปอร์ที่ช่วยลดเสียงสะท้อนในบ้านได้ด้วย ซึ่งเหมาะกับบ้านยุคใหม่ที่มีการใช้พื้นที่น้อยและเปิดโล่ง
ถ้าใครกำลังสนใจจะเปลี่ยนวอลเปเปอร์ ลองหาแบบที่มีฟังก์ชั่นเสริมเหล่านี้ดูค่ะ น่าจะช่วยให้บ้านของเราดูดีและน่าอยู่ขึ้นมาก
สุดท้าย อย่าลืมการติดตั้งที่ถูกวิธีและการเตรียมผนังให้เรียบเนียนก่อนติด เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดค่ะ